PaPe''s profileivy's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 12 เริ่มต้นกับโลกแห่งความสามารถ..อีกครั้ง!!นานแล้ว ... ที่พยายามไม่สนใจว่า "เมื่อก่อน.. ฉันเคยเป็นใคร" .... ... ..
.. November 03 แวะมาหลังจากงานเภสัชสัมพัน์อันยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไป ... ก็กลับมารู้สึกตัวเบาเหมือนเดิม
และได้จัดการ deleat ตัวเองออกจากระบบงานทุกอย่างอย่างเรียบร้อย
หลังจากนี้จะทำการเรียนให้เสร็จ เพื่อที่จะได้พัก และใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นเค้าซะที
ว่าแล้ว .. ตอนนี้ต้องขอไปทำ current ก่อนนะ อิอิ เดี๋ยวอีกหลายวันจะมาอัพใหม่ September 29 ใกล้กันยิ่งหวั่นไหว .. เคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างรึเปล่า???เพลง ใกล้กันยิ่งหวั่นไหว (แนน วง ครีม-วาทิยา รวยนิรัตน์)
ไม่อยากเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว ที่ไปรักใครง่ายดายเหลือเกิน ที่ไปรักเธอไม่ทันจะรู้ตัว ส่วนหนึ่งในใจของฉันก็กลัว บอกกับหัวใจตัวเองทุกที บอกมันทุกวันให้มันหยุดรักเธอ
รักแล้วก็ช้ำเปล่าๆ ฉันรู้และพอเข้าใจ เตือนตัวเองเอาไว้ห้ามตัวเองเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา
*อยู่ใกล้กันยิ่งหวั่นไหว ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย สั่งหัวใจให้ เมินเฉยไม่รู้ให้มันต้องทำอย่างไง ใกล้เธอทำไมทุกครั้งใจมันสั่นๆ จิตใจของฉันวุ่นวาย ตัวของฉันควมคุมไม่ได้ เมื่อสุดท้ายหัวใจมันรักเธอ
ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน แต่ก็ไม่ลืมเธอไปสักที ตราบใดที่ฉันยังคงต้องหายใจ จะหลอกตัวเองได้นานแค่ไหน ว่าตัวฉันไม่มีใจให้เธอ ว่าตัวฉันไม่เป็นไร ไม่เสียใจ
รักแล้วก็ช้ำเปล่าๆ ฉันรู้และพอเข้าใจ เตือนตัวเองเอาไว้ห้ามตัวเองเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา
เพลงเพราะๆอีกเพลงที่อยากให้ลองหาฟังกันดูนะ ... สุดๆ (ตาลุงบ้านั่นมันเปิดให้ฟังทุกวัน วันและ หลายๆครั้ง จนอิฉันจะร้องได้อยู่แล้วเนี่ย!! >O<) September 20 แค่คิด..มันก็อาจผิดแล้ว..
September 17 ^=^หลงทางกับเงาของหัวใจ^=^ตราบใดที่ชีวิตนี้ยังคงเชื่อมั่นว่าซักวันฉันจะเจอคนที่เฝ้ารอ ... ตราบนั้น ฉันก็ยังตั้งใจว่า จะตามหาคนๆนั้นต่อไป
ไม่รู้ว่าคนอื่นๆเค้าเคยมีเรื่องราวของหัวใจที่ไม่น่าเกิดขึ้น .. เกิดขึ้นบ้างรึเปล่า???
เคยมีความรักต้องห้ามกันบ้างมั๊ย .. รัก .. คนที่ไม่ควรจะรัก ...
ถามดูเฉยๆ จิงๆแล้วไม่ได้รักใครที่ไม่ควรรักหรอกนะ...
แค่เกือบน่ะ .. แค่มีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ควรรักมาพัวพันกับชีวิตด้วยเท่านั้นเอง
บางทีก็น่าลำบากใจนะ .. ถ้าเผอิญเค้าเป็นผู้ชายธรรมดาที่ฉันจะชอบได้อย่างตรงไปตรงมา
เราคงไม่ลำบากใจเวลาคุยกันแบบนี้หรอก ฉันเองยังคงรู้สึกผิด .. แต่ก็ไม่อาจตัดใจวางสายโทรศัพท์ลงได้
ไม่มีคำว่าเป็นไปได้ กับผู้ชาย... ของเพื่อน ...
แค่นี้ .. ก็น่าเจ็บปวดมากพอแล้ว จะขอร้องให้ใครเค้ามาเห็นใจกับความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นแบบนี้
ถ้าความรู้สึกของใครซักคนเกินเลยไปกว่านี้ .. คงไม่มีใครให้อภัยหรอก September 16 วันนี้วันเกิดแฟนเก่า(กิ๊กคนปัจจุบัน...เอิ๊ก)สุขสันต์วันเกิด HaPpY BIrThDaY .. แม้ฉันจะไม่ได้เจอ(เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน) แต่อยากส่งผ่านเพลงนี้ไป
สุขสันต์วันเกิด HaPpY BIrThDaY .. ขอให้เธอมีความสุข เท่านั้น ฉันก็สุขใจ
ไม่รู้จะตอบคำถามคนรอบข้างว่ายังไงเหมือนกัน ... สรุปแล้วฉันกะอีตาลุงนี่เลิกกันจริงๆหรอ???
ให้ความรู้สึกว่า ตัวเองเหมือนเป็นดาราเลย มีข่าวจิงบ้างไม่จิงบ้าง.. มีคนมาถามหาความจริงอยู่บ่อยๆ
แหมๆ ไม่รู้นะเนี่ย ว่าตัวเองก็เป็นที่สนใจของคนรอบข้างอยู่เหมือนกัน หุหุ
จริงๆแล้วในใจ ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าเราเป็นอะไรกัน...เลิกกัน .. จะกลับมาคบกัน .. เป็นเพื่อนกัน
เพราะไม่ว่ายังไง ฉันและเค้าก็รับรู้ด้วยกันทั้งคู่ว่า ... อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ เราก็เป็นคนที่เข้าใจกันและกันมากที่สุด
เราอาจรู้สึกแตกต่างจากเมื่อก่อนบ้าง ตรงที่ไม่สามารถเรียกกันว่าแฟนได้อีกแล้ว
แต่สถานภาพตอนนี้ ก็ไม่ได้ต่างอะไร .. บางทีฉันว่า .. คำพูดน่ะ ไม่ได้สำคัญมากเท่ากับความเข้าใจระหว่างเราหรอก
ไม่ว่าฉันและเค้าจะคบกันในฐานะอะไร .. แต่อยู่ข้างกันโดยไม่มีฐานะแบบนี้ ก็สบายใจไปอีกแบบเหมือนกัน
เราทั้งคู่สามารถเปิดโอกาสให้คนอื่นๆผ่านเข้ามาในชีวิต .. โดยที่เราก็ยังเข้าใจกันอยู่แบบนี้
ถ้าจะเรียกให้ตรงสุดๆ ... เราสองคนเป็นเพื่อนที่เข้าใจกันที่สุด .. น่าจะตรงมากที่สุดแล้วล่ะ August 13 => นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉ๊าน กานเนี่ย!! <=ว่างจัด !!
ทั้งๆที่เภสัชสัมพันธ์ก็จะรัดคอตายอยู่ตรงหน้า ...
ด้วยภาระอันใหญ่หลวง ทำให้มีอะไรทำมากมายเหลือเกิน
ถ้าตอนนี้ขอพรได้หนึ่งข้อ .. จะขอให้เกิดการปฏิวัติใหญ่ที่ไต้หวัน แล้วให้ชาครีย์บินด่วนมาถึงเชียงใหม่ ภายใน 4 ชั่วโมง
เพราะอิฉันกำลังจะอ้วกกับงานจุกจิก ที่มีเหลือเกิน
(ที่ผ่านมาแชคมันทนทำงานยิบย่อยแบบนี้ไปได้ไงฟะ)
ว่าแล้วก็ต้องขออำลา ไปทำงานที่คั่งค้างต่อ ก่อนที่ท่านประธานโครงการจะกลับมาแฉ่งกะบาล
มาบ่นๆ แล้วก็ไป เฮ้อ!!! July 08 แม่โทร. มา ...แล้วก็ตกใจกลับไปแล้วเพิ่งได้ตื่นมาจากการพักผ่อน หลังจากที่ไปรับน้องขึ้นดอยมาเมื่อวาน
เหนื่อยสุดๆ เพิ่งรู้สึกได้เหมือนกัน ว่าฉัน แก่เกินกว่าจะแอคทีฟแล้วจิงๆ -_-"
เป็นการรับน้องขึ้นดอย ที่อยากเก็บไว้ในความทรงจำมากกว่าครั้งไหนๆ(จำความประทับใจตอนปี 1 ไม่ได้แล้วอ่า)
เพราะมีเรื่องราวดีๆมากมายเกิดขึ้น
มันทำให้วันนี้ฉันมีน้องชายเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คนอย่างไม่น่าเชื่อ(เกือบโดนแม่ยกมันรุมกระทืบตาย เอิ๊ก)
(น้องสาวน่ะมีอยู่แล้ว ไม่นับมาบอกหรอก เพราะเยอะมาก นับไม่ไหว แต่น้องชายนี่หายากจิงๆ หุหุ)
โอ๊ย!! มีเรื่องราวมากมาย แต่ไม่รู้จะเล่าไงดี
แม่โทรมาเมื่อวันก่อน ถามเรื่องเงินกู้ และสาระทุกข์สุขดิบทั่วไป แม่ถามเหมือนเดิมทุกทีที่โทรมา ว่า "สบายดีมั๊ย กินข้าวรึยัง" ไอ้เราก็ตอบไป เหมือนเดิมทุกทีที่ตอบมาว่า "กินแล้ว อร่อยด้วย" แต่พอแม่ถามว่า "ไปกินกับใครล่ะ ใครพาไป TOP หรอ??" ก็เงียบไปแป๊บนึง ... ไม่รู้จะตอบแม่ว่าไงดี ... โกหกเพื่อให้แม่สบายใจ หรือบอกความจริงไปเลยให้แม่ตกใจเล่น (แม่ต้องตกใจแน่นอน ถ้ารู้ความจริง ชัวร์!!) "กินคนเดียว ไม่มีใครพาไปหรอก" ฉันเลือกบอกความจริงกับแม่ แต่จะบอกให้น่าตกใจน้อยสุดละกัน "อ้าว แล้วTOP ไปไหนล่ะ" แม่ถามมา (ปกติแม่จะรู้ว่าเค้าจะพาฉันไปกินข้าวเย็นเสมอๆ เค้าเคยเจอแม่ฉันแล้วล่ะ แม่ฉันยังบอกเลยว่า เค้าน่ารักดีนะ เรียบร้อย ไม่ค่อยพูด ดีๆ จะได้อยู่กับฉันได้ เพราะฉันพูดมาก เค้าไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ค่อยขัด น่าจะดีที่ฉันได้อยู่กับเค้า เพราะฉันเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากพอตัวเลยล่ะ ---นี่แม่ฉันบอกอ่ะนะ-_-") "หนูเลิกกันแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่แล้วน่ะ อาทิตย์นึงแล้ว" "อ๊าว!!" แม่อุทานออกมาแล้วเงียบไป (เห็นมั๊ยฉันบอกแล้วว่าแม่ต้องตกใจ นี่พยายามsoft อย่างที่สุดแล้วนะ -_-") "แม่!! ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลย หนู ... หนูแค่ทะเลาะกันน่ะ เดี๋ยวก็กลับมาดีกันนั่นแหละ" "อ่อ" "ก็เป็นแบบนี้ทุกทีแหละ เดี๋ยวก็ดีกันเอง แม่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยังไงTOPก็ดูแลอยู่แล้ว คิดมาก" "ป่าว แม่ก็ตกใจ เห็นดีๆกันอยู่ เราน่ะ...เจอคนที่เข้ากันได้ไม่มากหรอกนะ ยังไงก็พยายามคุยกันให้รู้เรื่องแล้วกัน ... ... จำอย่างที่แม่บอกไว้ มีอะไรก็คุยกัน อย่าทิ้งข้ามวันข้ามคืน มันจะฝังใจเปล่าๆ" "อื่ม รู้แล้ว เดี๋ยวดีกันแล้วจะโทรบอกนะ เป็นห่วงลูกหรือห่วงลูกเขยกันแน่เนี่ย" ฉันพูดติดตลกไปตอนท้ายก่อนจะวางสายจากแม่ มันคงทำให้แม่เบาใจขึ้นบ้างอ่ะนะ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับแม่อยู่ดี แค่เรื่องที่บ้าน แม่ก็ปวดหัวมากพอยู่แล้ว ... ไหนจะน้องชายตัวแสบ ที่มีเรื่องให้แม่ปวดหัวอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไหนจะเรื่องเงินเรื่องทอง ที่ต้องเอามาหมุนกันวุ่นวาย ไหนจะเรื่องญาติ ที่เห็นแก่ต้วและจ้องจะเอาเปรียบอยู่ตลอด ที่ผ่านมา ตั้งแต่เป็นลูกของแม่มา ... ฉันทำให้แม่เหนื่อยใจอยู่ครั้งเดียวเอง ตอนที่ชีวิตฉันมืดมิดสุดๆ ตอน ม.6 เทอม 1 นอกนั้น ฉันเป็นคนเดียวในบ้านที่แม่ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ ฉันถูกเลี้ยงมาแบบคิดเองตลอด แม่เลยไม่ค่อยห่วงเวลามีเรื่องอะไร เพราะรู้ว่าสุดท้ายลูกสาวของแม่จะจัดการได้เสมอ แม้มันจะน่าเหนื่อยใจ และลำบากใจมากเท่าไหร่ก็ตาม
แต่ตั้งแต่ฉันมาเรียนที่เชียงใหม่ แม่ก็กังวลเรื่องเกี่ยวกับตัวฉันมากขึ้น เพราะมันไกลหูไกลตาแม่ แต่ความกังวลของแม่ก็หมดไป(แม่บอก) ตั้งแต่ฉันพาเค้ามาเจอหน้าแม่ และบอกกับแม่ว่า "นี่ ... แฟนหนูเอง" แม่บอกว่า ดีแล้วที่มีแฟน(เป็นครั้งแรกที่ได้ยินแม่บอกว่าดี ทั้งๆที่เมื่อก่อนห้ามมีแฟนแบบห้ามเด็ดขาด-_-") แม่บอกว่า จะได้มีคนคอยดูแล พ่อกับแม่อยู่ไกล เราก็ตัวคนเดียว เป็นผู้หญิงด้วย มีคนคอยดูแลแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แม่ไม่ห่วงเท่าไหร่หรอก ถ้าเราเป็นผู้ชาย แต่นี่เราเป็นผู้หญิงยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้หรอก ก็เป็นธรรมดาที่แม่เป็นห่วง แต่ถ้ามีคนคอยดูแลแทนพ่อกับแม่ แม่ก็สบายใจ ... อื่ม แล้ววันนี้ถ้าแม่ได้รู้ว่า "ฉันและเค้า เราจะจากกันอย่างสมบูรณ์" แม่จะกังวลเกี่ยวกับตัวฉันต่อไปอีกรึเปล่านะ ถ้าฉันไม่เกิดมาเป็นผู้หญิง ถ้าฉันเกิดมาเป็นผู้ชาย แม่คงสบายใจกว่านี้ล่ะมั๊ง
ทีนี้ ถ้าออกไปอ่นหนังสือตอนกลางคืน ก็เล่าให้แม่ฟังไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวแม่เป็นห่วง ต้องบอกแม่ว่า กินข้าวแล้ว กลับเข้าหอแล้ว ก่อนมันจะค่ำ แม่จะได้ไม่ต้องกังวล เวลาแม่โทรมาเชคตอนกลางคืน ก็ต้องบอกว่าอยู่หอ กลับมาตั้งนานแล้ว โอ๊ย!! อะไรกันเนี่ย... ถึงเวลาค่อยคิดแล้วกัน แม่ก็ต้องยอมรับในการเปลี่ยนแปลงให้ได้เหมือนที่ฉันกำลังพยายามอยู่นี่แหละ
ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก เลิกกัน...ใครว่าสนุก!! July 05 เรื่องราวน่าประทับใจ .. น้องชายสุดน่ารักเมื่อคืนคุยกันนานม๊ากมาก ...
มันทำให้ฉันทั้งประหลาดใจ แปลกใจ ประทับใจ ปนกันมั่วไปหมดเลย
ทีแรกคิดว่า .. ถ้าฉันไม่คิดอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ฉันคงได้น้องชายที่น่ารักเพิ่มขึ้นมา 1 คน
แต่หลังจากที่เราได้คุยกันเยอะมาก ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าได้
ฉันรู้สึกว่าน้องเค้าเองก็คงไม่ได้คิดอะไรไกลไปว่า "ฉันเป็นพี่สาวที่พอจะไว้ใจได้"
มันคงเหลือแค่ฉันจะต้องพยายามรักษาความรู้สึกของตัวเอง ให้เป็นพี่สาวที่ไว้ใจได้ต่อไป
(แต่จริงๆ ฉันก็แค่แอบปลื้มหญ้าอ่อน เหมือนวัวแก่ๆ อย่างเพื่อนฉันเองหนิ .. ไม่เห็นมีไรเลย กังวลไรฟะเนี่ย-_-")
เรื่องที่ประหลาดใจ (คงเป็นแค่ฉัน คนเดียวที่ประหลาดใจอ่ะนะ ^^")
น้องเค้าคิดอะไรได้โตเกินกว่านักศึกษาปี 1 เยอะเหมือนกัน(ฉันเอามาเปรียบเทียบกับตอนตัวเองอยู่ปี 1 อ่ะ *-*")
มันน่าสนใจดีนะ (เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง) เค้าบอกว่า ....
"ผมเป็นคนไม่ค่อยได้ใส่ใจ ว่าใครจะมองเรายังไง ถ้ามีอะไรซักอย่างที่เค้าจะเข้าใจผิด ก็ไม่ตามไปแก้ตัวหรอก แค่คนที่เข้าใจเรา 2-3 คนเค้ายังเข้าใจ แค่นี้ก็พอแล้ว"
(-_-)(._.)(-_-) อื่ม ... ก็จริงอย่างน้องเค้าว่านะ ที่จริงฉันก็คิดอะไรแบบนี้ได้เหมือนกัน แต่ฉันเพิ่งคิดได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
แต่น้องเค้าน่ะ คิดได้ตั้งแต่ ม. 4 แล้วมั๊ง (ไม่น่าประหลาดใจได้ไงเล่า ถ้าเทียบกับเอาตัวฉันเองเป็นบรรทัดฐานน่ะนะ)
มีเรื่องราวมากมายถูกหยิบยกขึ้นมาสนทนา ... เวลา ... ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริงๆ
ฉันจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้หรอก จำได้แค่ว่า ตอนนี้ ในแต่ละวัน ฉัน และน้องเค้า ดูเหงาๆ ไม่ได้ต่างกันเลย
น้องเค้าแคร์กิ๊กเค้าเหมือนกันนะ แม้ว่าจริงๆแล้วน้องเค้าไม่ได้คิดอะไร แม้ผู้หญิงจะจริงจัง เค้าก็ไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ
เพียงเพราะกลัวว่า มันจะเสียเวลา และทำให้ผู้หญิงเสียใจ เพราะช่วงนี้กิจกรรมมากมายเหลือเกิน
แต่เค้าบอกว่า ไม่ได้คิดจะกั๊กไว้หรอก แค่รอให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อน คงได้คุยอะไรกันจริงๆ จังๆ
จริงๆ แล้วที่ดูจากภายนอกนะ น้องเค้าเป็นคนเงียบๆ อาจเพราะเพิ่งเปลี่ยนที่เรียนใหม่ เลยยังไม่ไว้ใจให้ใครมาเป็นเพื่อนสนิทมั๊ง
ฉันอยู่มาจะเข้าปีที่ 4 เพื่อนในชั้นปีที่สนิท ก็เหมือนจะยังไม่มีเลย
ถ้าไม่ได้คุยกันมากขนาดนี้ ฉันเองคงพลาด ที่จะไม่ได้รู้ว่า น้องเค้าเป็นผู้ชายที่น่าประทับใจ
น่าค้นหา เค้า...มีอะไรอีกที่คล้ายกับฉันบ้างนะ
เราจะคุยกันได้ถูกคอ เหมือนที่ฉันคาดไว้รึเปล่า
เราจะคุยกันอย่างเข้าใจ เหมือนที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจเราได้มั๊ยนะ
แล้วเค้าจะยอมรับมั๊ย ว่าฉันจะเป็นพี่สาวที่เค้าไว้ใจได้ เหมือนที่น้องชายแท้ๆของฉันไว้ใจฉันมาตลอด
ปาเป้ --- เธอลืมไปอีกแล้วนะ ... ว่าสิ่งที่ทำให้เธอผิดหวังมาตลอด ก็คือความคาดหวัง
ช่วยกรุณาปล่อยให้อะไรๆ มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็นได้มั๊ย .. ทำไมจะต้องคาดหวังอะไรให้น่าเสียใจอีก
น้องเค้า ก็ยังเป็นน้อง แต่เราจะเป็นอะไรสำหรับเค้า ... อย่าเอามาคิดเลย ^O^ July 03 *-...-* ปฏิบัติการเคี้ยวหญ้าอ่อน --- กำลังจะเริ่มขึ้น*-...-*ดีใจสุดๆ ... ที่วันนี้ได้คุยกับน้องชายสุดน่ารักของฉันอีกครั้ง (หลังจากที่เมื่อวานมัวแต่หลบกันไปมา)
อึ๊ย!!! เจ๊ใจจะขาดแล้วรู้มั๊ย .. เดี๋ยวก็เคี้ยวให้แหลกเลยนี่ >O<
คนอะไรน่ารักสุดๆ ยิ่งเวลาเขินนะ ยิ่งน่าหยิกมากมาย
ถ้าฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองไปนะ ... ฉันว่า ฉันและน้องเค้า พยายามจะกั๊กกันสุดฤทธิ์เลยล่ะ
นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องเค้ามีกิ๊กแล้วนะ ฉันจะเข้าไปเมาท์ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แหมๆ ทำใจลำบากจริงๆ เกรงใจกิ๊กน้องเค้าจริงๆนะเนี่ย (*U*)
"พี่แซวแบบนี้ผมไม่คิดมากหรอก แต่เวลามีคนถามว่าเลิกกันแล้วหรอ ผมอ่ะคิด มันไกลกว่าจุดเริ่มต้นอีก"
คำบอกเล่าจากน้องเค้าถึงกิ๊กคนปัจจุบัน
แหมๆ หนุ่มน้อย ช่างเลือกใช้คำในการเจรจาได้น่ารักจริงๆเชียว .. อึ๊ย!! ยิ่งพูดยิ่งคิดถึง เจ๊จะบ้าตายอยู่แล้วรู้มั๊ย
(ปฏิบัติการเคี้ยวหญ้าอ่อนกำลังจะเริ่มขึ้น >.< .....เอิ๊ก)
การได้แอบปลื้มใคร มันก็ดูเหมือนจะมีความสุขดีอย่างนี้นี่แหละ
นี่คงเป็นความสุขเดียวที่ฉันมีตอนนี้ล่ะมั๊ง ... ความสุขเดียวที่ยังคงเหลืออยู่
หนุ่มน้อยที่น่ารักของพี่ อยู่ให้พี่แอบปลื้มแบบนี้ไปนานๆนะ (อย่าเพิ่งรู้ตัวก่อนล่ะ)
รู้มั๊ย .. เราเป็นความสุขเดียวที่พี่เหลืออยู่ในแต่ละวันที่ดูน่าวุ่นวายแบบนี้นะ
พี่ไม่กักขัง หน่วงเหนี่ยวหรอก แค่ทำเป็นไม่รู้ว่าพี่แอบปลี้มอยู่ แค่นี้ ... พี่ก็มีเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันแล้ว ^O^
มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ตลอดเลยนะ ... อย่าคิดมากล่ะ ชีวิตมันก็มีเรื่องน่าปวดหัวไม่กี่เรื่องหรอก ..
ตั้งใจอ่านหนังสือนะจ๊ะ ... แล้วหวังว่าเราคงไม่วิ่งหนีพี่ไปก่อนหรอกนะ อย่าเพิ่งรู้ตัวล่ะ อิอิ July 02 พรหมลิขิต ... ฉันเองเคยเชื่อมัน แต่วันนี้... ไม่แล้ว!!การที่เราสองคนได้มาเจอกัน .. มันเป็นเรื่องที่ฉันเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน
*** นั่นทำให้ฉันเชื่อในการมีอยู่ของพรหมลิขิต ***
แต่วันนี้ ไม่มีอะไรให้ลิขิตอีกแล้วล่ะ ... ไม่มีพระเจ้า .. หรือใคร อย่างที่นายเข้าใจหรอก
ฉันไม่ได้ตัดสินใจชั่ววูบ ว่าจะไปรอนายที่หน้าห้อง
ฉันไม่ได้ตัดสินใจชั่ววูบ ว่าจะเอาเสื้อไปคืน
ฉันไม่ได้ตัดสินใจชั่ววูบ ว่าจะนั่งรอจนกว่านายจะมา
ฉันไม่ได้เป็นเหน็บชา ไม่ได้เป็นตะคิวรุนแรงขนาดนั้น
ฉันไม่ได้ปวดท้อง มากมายขนาดที่ขี่รถไม่ไหว
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ .. ที่จะทำให้เกิดสถานการณ์อะไรแบบนั้นขึ้น
ไม่มีใครลิขิต ไม่มีใครกำหนด .. ไม่ใช่พระเจ้าที่นายเข้าใจหรอก
... ฉันตั้งใจ .. ที่จะทำให้อะไรๆ เป็นแบบนั้นเอง...
เพราะฉันแค่หวังว่า .. ความคาดหวังสุดท้ายที่ฉันจะมี .. มันอาจจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นก็ได้
แต่รู้มั๊ย?? ฉันเสียใจ ที่ต้องเดินออกมาจากห้องนั้น ด้วยคำตอบให้ตัวเองว่า "ไม่"
การวัดใจครั้งสุดท้ายของฉัน มันจบแล้ว ... ไม่มีค่าอะไร ให้คาดหวังอีกแล้วล่ะ
ถ้าเพียงช่วงเวลาแห่งความบังเอิญที่นายเข้าใจ ซึ่งเป็นอะไรที่ฉันสร้างมันขึ้น .. มันจะทำให้นายคิดอะไรได้บ้างก่อนที่ฉันจะบินหนีไปจริงๆ
ทุกอย่างคงจบอย่าง HAPPY ENDING แต่เพราะนายคิดไม่ได้ หรือ อาจไม่คิด หรืออาจคิดไม่ถึง
ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร นายยังคงสายไปก้าวหนึ่งเสมอ...
ฉันยอมฝืนคำเตือนของพี่ชาย .. ว่าอย่ารอเลย "พี่ไม่อยากให้เค้าเห็นว่า เค้าทำอะไรกับเราก็ได้ สุดท้ายเราก็กลับมา"
"ให้เค้าเป็นฝ่ายมาหาเราเถอะ ... เดี๋ยวเค้าก็มา อย่านั่งรอเค้าเลยนะ"
ฉันยอมฝืน เพียงแค่เพื่อจะได้รู้ว่า .. ฉันยังคงคาดหวังในตัวผู้ชายคนนี้สูงไปจริงๆ
ฉันบอกกับตัวเองในวันนั้นว่า .. ฉันจะพยายามเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจะไปเจอหน้านาย แล้วรั้งเวลาของเราไว้ให้ได้นานที่สุด
ถ้านายจัดการเรื่องราวทุกอย่างที่มันเป็นปัญหาสำหรับเราสองคนไม่ได้ .. ฉันจะปล่อยวางทุกอย่างจริงๆ
แต่ถ้านายเคลียร์เรื่องระหว่างเราได้ภายในเวลาที่เราอยู่ด้วยกันได้นั้น .. แสดงว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายได้เผชิญการสูญเสียอย่างแท้จริง
และเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า เวลาระหว่างเรา มันมีค่ามากขนาดไหน ความรู้สึกระหว่างเรา มันสำคัญเท่าไหร่
ถ้ามันเป็นแบบนั้น ฉันคงเบาใจแล้วว่า ไม่ว่าจากนี้จะมีฉันอยู่ต่อไปหรือไม่ นายก็จัดการทุกอย่างได้สบายๆ
และฉันจะยังคงเชื่อเหมือนที่ผ่านมา ว่านายไม่อยากสูญเสียผู้หญิงที่นายบอกอยู่ตลอดมา ว่า "รัก"
ฉัน ... ยังคงเป็นผู้หญิงคนนั้น .. คนที่นายไม่มีวันจะปล่อยให้ไป...
นายบอกว่านายหดหู่ .. นายถามฉันว่า ฉันไม่รู้สึกอะไรบ้างรึไง
เลื่อนลงไปอ่าน blog ของเมื่อวานใหม่ซะนะ .. ความรู้สึกฉันอยู่ในนั้น
ถึงแม้ฉันจะไม่ร้องไห้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เสียใจ ...
ฉันแค่เข้มแข็งขึ้น .. แต่ในใจ ฉันเองยังคงอ่อนไหว เหมือนวันก่อนๆที่เป็น
ใครจะรู้ว่าฉันร้องไห้ในใจ ... ใครจะมาเห็นน้ำตาที่ไหลก่อนฉันนอน
อยากถามหน่อยว่า...
ใครว่าทางที่ฉันเลือกนี้มันไม่ถูกต้อง .. ใครคิดว่าฉันไม่ควรเลิกกับผู้ชายที่แสนดีอย่างเค้าคนนี้
ใครคนนั้นช่วยบอกฉันที .. ฉันควรทำยังไง?? อะไรดีที่สุดสำหรับฉันและเค้า
ถ้าฉันต้องเลือก ระหว่าง การที่เค้ายังคงมีฉันอยู่ แต่ฉันเหนื่อยมาก และเค้ายังคงจัดการกับทุกๆอย่างด้วยตัวเองไม่ได้
กับ .. การที่ฉันเดินหนีออกมา แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น ปล่อยให้ทุกอย่าง .. มันเป็นอย่างที่เค้าอยากให้เป็น
ปล่อยให้ทุกอย่าง เป็นอย่างที่เค้าพยายามจะทำให้มันเป็น ...
... เค้าจะเข้าใจเรื่องราวในชีวิตเค้าทั้งหมดอย่างภาคภูมิ -- โดยแลกกับการสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชีวิตของเค้า
มันน่าลำบากใจนะ .. ฉันและเค้าจะได้กลับมาคบกันหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่จะต้องถามเค้านั่นแหละ
ถ้าฉันยังอยู่ .. เค้าไม่มีทางคิดที่จะจัดการอะไรด้วยตัวเองได้หรอก
เค้าต้องเสียสิ่งที่เค้ารักที่สุดไป .. เพื่อจะได้รู้ว่า .. อะไร คือสิ่งที่เค้าควรทำเพื่อให้ทุกอย่างมันราบรื่นให้ได้มากที่สุด
แต่ฉันเองก็เคยคิดนะ ว่าถ้าสมมติฉันไม่ใช่สิ่งที่เค้ารักที่สุด .. ฉันจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร
.. คำตอบที่ฉันบอกกับตัวเองไป ก็คือ .. เพื่อที่จะได้รู้ว่า ตัวฉันเอง เป็นผู้หญิงที่โง่ และหลงตัวเองอย่างที่สุด เท่าที่ชีวิตฉันที่ผ่านมา จะจำได้แล้วล่ะ
ฉันเลือกที่จะเดินออกมา .. แล้วนั่งรอ ...รอการมาของเค้าในวันที่เค้าพร้อมจะจัดการทุกอย่างระหว่างเราได้
มันอาจนาน .. ถ้าเค้ากลับมาในวันที่ฉันยังรอ ทุกอย่างคงเป็นอย่างที่ทุกคนอยากให้เป็น เป็นอย่างที่เราเคยมีกัน
แต่ถ้ามันนานเกินกว่าที่ฉันจะรอ .. เค้า ก็คงเป็นเพียงคนของความทรงจำ --- ฉันรอเค้าตลอดชีวิตไม่ได้
หลายๆคนที่สงสัยว่าฉันกับเค้าจะได้กลับไปคบกันหรือไม่ .. รอก่อนนะ
รอเวลาในการเดินทางมาของเค้านั่นแหละ .. แล้วมาวัดใจกันดูว่า ... ณ วันนั้น เวลานั้น ฉันคนนี้ยังรอเค้าอยู่หรือไม่
อยากบอกอีกครั้งให้ตัวเอง และทุกๆคนมั่นใจ ... ฉันไม่ได้ไม่รักเค้า ...
ความรักที่มันเคยมี อาจไม่เท่าเดิม ฉันไม่แน่ใจว่ามันมากขึ้นหรือน้อยลง
แต่ฉันมั่นใจ ... ฉันยังรักเค้า ไม่ได้น้อยไปกว่าที่เค้าเคยรักฉันหรอก ... "รัก" มันยังคงเป็น "รัก" อยู่วันยันค่ำ
กลับมาดูเรื่องของน้องชายสุดน่ารักของฉันกันต่อดีกว่า...
ฉันมีกำลังใจที่จะไปซ้อมการแสดงขึ้นดอยเยอะขึ้นมากๆ ส่วนหนึ่งมากจาก ความปลาบปลื้มเล็กๆ ที่จะได้เจอหน้าตาสุดน่ารักของน้องเค้า แหม!! ใครไม่มาเป็นฉันไม่เข้าใจหรอก ว่าน้องเค้าไม่ได้โดดเด่น แต่เป็นอะไรที่แบบว่า ถูกใจเจ๊ที่สุด ฉันอยากมองตาน้องเค้านะ เป็นอะไรที่ฉันชอบมองมากๆ แต่มันจะทำให้น้องเค้ารู้ตัว แล้วเค้าอาจจะรีบหนีสุดชีวิตไปเลยก็ได้ เพราะหลายวันที่ผ่านมา เราก็หลบตากันอยู่พอสมควร(น้องเค้าอาจกลัว เขิน หรือ อาย แต่ยัยวัวแก่อย่างฉันนี่ เขินสุดๆ อึ๊ย!!)
การได้แอบปลื้มใครนี่ !! มันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง ... ยิ่งเวลาได้ยืนใกล้ๆ แม้จะไม่ต้องคุยกัน มันก็ใจเต้น ตึกๆ แล้วล่ะ ไม่ไหวแล้ว ปลื้มสุดๆๆๆๆ เคยถามน้องเค้าว่า "เราคิดว่าเรามีเซ้นบ้างป่าว แบบว่ารู้สึกได้ว่าใครรู้สึกยังไงกะเราอ่ะ" "มีคับ มีเหมือนกัน ก็พอรู้" น่าน!! *O* เค้าตอบมาแล้วแอบเหล่สายตามาทางยัยวัวแก่อย่างฉัน>O< มันน่าเจ็บใจสุดๆ >n<มาหลงปลื้มหญ้าอ่อนอย่างตานี่ แถมยังเหมือนจะรู้ทันฉันซะอีก แน่นอน!! น้องเค้าต้องรู้แล้วแน่ๆ แค่ยังไม่แน่ใจ ... ไม่ด๊ายยยยนะ!! ฉันอยากเก็บน้องเค้าไว้ให้มองนานๆ อย่าเพิ่งหนีไป ไม่อ๊าววววว เห็นทีฉันต้องฟอร์มตัวเองใหม่ น้องเค้าจะได้จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน (เพิ่งนึกได้รึไง!!! ที่ผ่านมานี่ หลุดฟอร์มไปหมดแล้วมั๊งเนี่ย!!) แต่วันนี้ตอนซ้อมก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ ทั้งๆที่ทุกอย่างก็ดูโอเคดี สถานะการณ์ไม่น่าเกลียดด้วย แต่มันเหมือน บางทีฉันก็หนี บางทีน้องเค้าก็หนี อ้าว!! ต่างคนต่างหนี ก็มัวแต่ระแวงว่าคนอื่นจะรู้ กลัวคนอื่นจะเข้าใจผิด เลยอดคุยกันเลย ..เซงสุดๆ (ถ้ากิ๊กของน้องเค้าเข้ามาอ่าน .. มีหวังฉันหัวแบะตายแน่นอน ^o^")
แล้วก็เป็นทียัยวัวแก่อย่างฉัน ... ฮ่าๆ น้องเค้าดันอยู่หอเดียวกับรังหนูที่ฉันไปอ่านหนังสือประจำซะด้วยสิ .. ใครจะเสร็จใครกันแน่ฟะคราวนี้ ...
ฉันทิ้งหัวใจตัวเองไปแล้ว ... มันถูกทิ้งไปแล้วล่ะเพิ่งได้มีเวลาว่างมาอัพ space ต่อ ...
งานยุ่งเป็นบ้าเลย นี่ขนาดมีคนช่วยกันทำหลายคนแล้วนะ
ไหนจะงานราช งานหลวง .. ชุมจริงๆเชียว -_-"
ฉันได้รับผิดชอบในเรื่องที่เป็นส่วนเล็กๆน่ะ แต่แค่นี้ก็เหนื่อยพอตัวแล้วอ่ะนะ
เหนื่อยกายน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ... แต่เหนื่อยใจน่ะ มันทำให้ท้อมากกว่า
ที่จริง ... ฉันเลิกกับเค้าแล้วล่ะนะ ...
ผู้ชายคนที่ฉันบอกว่า อาจเป็นเค้าก็ได้ ที่จะเป็นคนที่เข้าใจ เป็นคนที่ฉันรอ
มันคงดูรวดเร็ว และไม่คาดคิด แต่ฉันเคยคิดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วล่ะ
มันคงถึงเวลา ... ที่เค้าจะต้องเรียนรู้การสูญเสียที่แท้จริงเสียที
วันนี้ไปเป็นโค้ชให้น้องชมรมเปตองมา..
การแข่งขันกีฬาเปตองสัมพันธ์ระหว่างคณะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ที่ 2 มาทั้งชาย(ทีม 3 คน) และหญิง(ทีม 2 คน)
เมื่อวานและวันนี้เป็นการแข่งกีฬาเฟรชชี่ ก็ได้แค่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย จาก 80 ทีม นับว่าเก่งสุดยอดเลย
น้องถามด้วยความสงสัยว่า ... ทำไมแฟนพี่ไม่มาล่ะคะ
พอบอกน้องไปว่าเลิกกันแล้ว .. ไม่มีใครเชื่อซักคน (รวมจิ๊บ นายกสโมของฉันด้วยนะที่ไม่เชื่อน่ะ)
วันนี้ น้องยังมาถามเพื่อความแน่ใจ .. ว่าพี่เลิกกันแล้วจริงๆหรอคะ ทำไมดูพี่ไม่เสียใจเลย(มันยังไม่เชื่อ -_-")
ฉันบอกน้องไปว่า .. พี่มีหน้าที่ที่ต้องทำ พี่ต้องดูแลน้อง ต้องทำงาน ทำกิจกรรม คงมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้เสียการเสียงานไม่ได้หรอก
แต่ถ้าอารมณ์เหงาๆ ได้อยู่คนเดียวเงียบๆ พี่ก็แอบร้องไห้เหมือนกันนะ ... พอบอกไป .. มันก็ยังคงไม่เชื่ออีกอยู่ดี -_-"(แล้วจะถามทำไรฟะเนี่ย เอิ๊ก)
ฉันเสียใจสิ ... มากด้วย ...
แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ฉันพยายามมาทุกอย่างแล้วนะ แต่มันก็ยังไม่ดี มีแต่เหนื่อย กับ เหนื่อย
ทุกคนบอกกับฉันว่า ดูเหมือนฉันและเค้า เข้ากันได้ดี ดูรักกันดีออก ไม่มีทีท่า ว่าจะเลิกกัน
แต่ฉันเหงา .. เจ็บปวด ... หดหู่ ... เศร้า .. ล้า ... และหมดหวัง
แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น มันก็คงต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ อะไรมันจะเกิด ก็ปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็นเถอะ
ฉันวันนี้ .. คงไม่พยายามทำอะไร เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้วล่ะ ...
เพราะไม่เข้าใจเหมือนกันว่า .. ทำไมต้องมีเพียงฉันแค่คนเดียว .. ที่พยายามอยู่ทุกๆอย่างเลย
ให้มันจบๆ ไปเถอะ ... ไม่มีพรหมลิขิตเป็นครั้งที่สองหรอก
อะไรก็ตามที่ทำให้เรามาเจอกัน หน้าที่ของอะไรอันนั้น มันก็จบแล้วล่ะ
เราสองคนจะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ มันขึ้นอยู่กับเราทั้งสองคนมากกว่า
แต่สำหรับวันนี้ .. มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันอีกแล้วล่ะ เพราะฉันเลิกพยายามแล้ว ฉันพยายามมามากพอแล้วจริงๆ
ถ้ามันไม่ขึ้นอยู่กับเค้า ... เราก็จบกัน ... แค่นั้นแหละ
มาดูเรื่องดีๆของวันนี้กันบ้างดีกว่า ...
ยังไม่เคยบอกใช่มั๊ย?? ว่าฉันแอบปลื้มน้องคนนึงอยู่ล่ะ (น้องมากๆ ห่างกันตั้ง 3 ปี เท่าน้องชายแท้ๆเรย หุหุ)
เค้าเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่มีดวงตา ที่สื่อความรู้สึกได้ดีมากๆ (ใครไม่สังเกตุไม่เห็นหรอก พอดีฉันเป็นคนชอบมองตาคนน่ะ)
เห็นน้องเค้าตั้งแต่งานรับน้องของคณะ ... ก็เห็นแค่ว่า น้องเค้าน่ารักดี
เคยบอกใครไว้บ้างรึเปล่าไม่รู้นะ ... แต่ฉันรู้สึกว่า ฉันมีเซนต์พอสมควรเรื่องใครรู้สึกยังไงกับเรา
พักนี้รู้สึกว่าตัวเองถูกมองบ่อย พอหันไป .. ก็จ๊ะเอ๋กันเข้ากับน้องเค้าพอดีเรย หุหุ
เพราะกิจกรรมของเดือนนี้ที่ผ่านมา มันทำให้เราได้คุยกันอยู่ตลอด
เลยไม่แปลก ถ้าฉันและน้องเค้าจะดูสนิทกันได้รวดเร็วขนาดนี้
แต่วันนี้ได้คุยกันเยอะกว่าทุกๆวัน ก็เพราะการแข่งเปตองนี่ล่ะ
พอดีน้องเค้าไม่ค่อยสบายใจเรื่องผู้หญิง .. เรื่องหัวใจ เรื่องความรู้สึกนี่ล่ะ เค้าเลยปรึกษา(มันวัดความไว้ใจกันจากอะไรฟะเนี่ย ไว้ใจไรฉ๊านเล่า!!)
เค้าบอกว่า .. เมื่อก่อนเหมือนจะชอบผู้หญิงคนนึงอยู่ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
แต่สาวคนนั้นดันมาชอบเค้า และมาคอยอยู่ใกล้ตลอด เค้าเลยไม่รู้จะทำ จะพูดยังไงดี(พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอิ๊ก )
กำลังคิดอยู่ว่า ถ้ามันเป็นอย่างที่ความรู้สึกฉันสัมผัสได้ .. ฉันเองนี่ล่ะ จะทำยังไงต่อไปดีนะ
อย่าถามนะ .. ว่าฉันรู้สึกยังไง .. ถ้าอ่านแล้วไม่อยากหมั่นไส้ ให้เอาที่ฉันบอกไปหารซัก 1000 ก่อนก็ได้
ฉันคิดว่าน้องเค้าก็แอบปลื้มฉันอยู่เหมือนกัน อาจถึงขั้นชอบเลยล่ะ -_-"
ที่กล้าบอกแบบนี้ เพราะเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้นี่ล่ะ
แต่คงต้องอุบไว้เอง เพราะมันเสี่ยงที่จะบรรยายออกไป น้องเค้าบอกว่าเป็นคนคิดมาก และชอบอยู่เงียบๆ (ถ้ามีเรื่องให้ไม่สบายใจอีก มันท่าจะผูกคอตาย เอิ๊ก)
ฉันเลยขอรักษาความไว้ใจของน้องเค้าไว้ก่อน ก่อนที่ไดอารี่บน space นี้จะทำลายความไว้ใจนั้น --- บางที .. ฉันอาจได้น้องชายเพิ่มอีกคนนึงก็ได้(รึไม่ ก็ได้แฟนใหม่ไปเรย อิอิ .. กินหญ้าอ่อนๆ เอิ๊ก)
ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ .. ไม่ต้องบ่นเสียดาย
ถ้าฉันมีแฟนใหม่ หรือกลับไปคบกับแฟนเก่าเมื่อไหร่ จะรีบรายงานให้ทราบเลย
เอาแบบละเอียดด้วย OK ปะ
เพราะฉะนั้น อ่านแล้วอย่าทำหน้าง้ำหน้างอ เพราะรู้ไม่หมดหรอก หุหุ .... เอิ๊ก!! June 09 ว่าจะลบ space แล้วล่ะผ่านมา 6 เดือนแล้วนะ ที่ไม่ได้แตะ space
กะว่าจะลบ space แล้วนะเนี่ย ... เพราะว่าไม่เคยได้อัพเลยอ่ะ หุหุ
แต่เอาไปเอามา ก็เก็บมันวันเป็นที่ระบายความอัดอั้นตันใจก็ได้นี่เนอะ ^O^
เป็น diary ที่มีคนอ่านด้วย อิอิ(เอ ... จะมีป่าวหว่า(-_-"))
ถ้าเรื่องบางเรื่อง อยากให้มีคนรู้ หรือ มีใครซักคนที่จะรับฟังอย่างเข้าใจบ้าง .. มันเป็นคำขอที่มากเกินไปสำหรับฉันคนนี้รึเปล่านะ
เรื่องบางเรื่อง .. ที่พยายามบอกไปแต่ก็ไม่มีใครเข้าใจ
เรื่องบางเรื่อง .. ที่ควรพูดกับคนแค่บางคน
เรื่องบางเรื่อง .. ที่ไม่ควรพูดกับใครซักคน
เรื่องบางเรื่อง .. ที่ควรต้องทำ แต่ไม่อยากทำ
เรื่องบางเรื่อง .. ที่อยากทำ แต่ไม่มีโอกาส หรือ ไม่มีส่วนร่วมที่จะได้ทำ
และเรื่องอีกหลายๆเรื่อง ... ที่มีข้อจำกัดในตัวของมันเอง
นี่เป็นหนึ่งเหตุผล ที่ยังคงให้มี space นี้ต่อไป ..........
เพราะ space ของฉัน .. มันเป็นของฉัน
เพราะ space ของฉัน .. มันไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ แม้ฉันจะพร่ำบอกกับมันไปอีกกี่ครั้ง
เพราะ space ของฉัน .. มันรับฟังฉันได้ทุกอย่าง
เพราะ space ของฉัน .. ไม่เคยให้ฉันทำ ในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ
เพราะ space ของฉัน .. ฉันจะอัพมันหรือไม่อัพ มันก็ไม่เคยว่า
และ เพราะ space ของฉัน ... ไม่มีข้อจำในตัวมันเอง
ที่ฉันเฝ้ารอตลอดมา ... คือ ใครซักคนที่จะเข้าใจอย่างแท้จริง
แม่ฉันยังบอกเลยว่ามันยาก .. (ขนาดแม่ยังไม่เข้าใจที่ฉันคิดทั้งหมดเลย หุหุ)
แต่ฉันเชื่อ ว่ามันจะต้องมีใครคนนั้น อยู่ที่ไหนซักที่บนโลกใบนี้
และวันนึงเราจะได้เจอกัน
... อาจไม่ทั้งหมด แต่ผู้ชายที่ยืนเคียงข้างฉันปัจจุบันนี้ ก็นับว่าเป็นคนที่จะเข้าใจฉันที่สุด ...
บางทีอยากให้เค้าเป็นคนๆนั้นเหมือนกัน ..
แต่มันอาจไม่ไหวหรอก .. ฉันอาจเป็นผู้หญิงที่เข้าใจยากจริงๆก็ได้
ไม่เป็นไร .. ไม่ว่าเค้าจะใช่หรือไม่ .. ฉันก็ยังเฝ้ารอการมาของเค้าคนนั้นอยู่ดี
ขอแค่ได้เจอเค้าคนนั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็จะรอ .... September 19 เพิ่งมี space เป็นของตัวเองล่ะช่วงนี้ใกล้สอบแล้วล่ะ อีก 2 อาทิตย์เอง ม่ายรู้จะอ่านหนังสือทันรึเปล่า
(แต่ก็ยังมีเวลามาทำ space อีกดูสิ)
อยากอ่านหนังสือ แต่ขี้เกียจ งานที่คณะก็เยอะเมื่อไหร่จะหมดก็ไม่รู้
สอบเสร็จก็ต้องไปดูโรงงานผลิตยาที่กรุงเทพ แล้วไปเภสัชสัมพันธ์ต่อ
แหม .. ปิดเทอมเหมือนไม่ได้ปิดเลย
วันนี้วันดี (เพราะมี Diary ใหม่) งั้นจะโพสแต่เรื่องดีๆละกัน ก็วันนี้วันแรกนี่
เรื่องหนักใจ(ตลอดมา) เอาไว้ระบายวันหลังละกันเนอะ
ชีวิตเหมือนจะมีพร้อมทุกอย่างนะ ขาดอย่างเดียวล่ะ
อะไรรู้มั๊??
ความสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ๆคนที่รักๆไง
คนไรฟะ !! ชอบทำให้ฉันหงุดหงิด
เหมือนจะโรคจิตนะเนี่ย
หุหุ
|
|
|